กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลประวัติผลงานผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติ และเตรียมงานเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๘

วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๙ นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม โดยนายเกษม ปฐมฤกษ์ ผู้อำนวยการกลุ่มยกย่องเชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มยกย่องเชิดชูเกียรติทางวัฒนธรรม และกลุ่มสวัสดิการศิลปินแห่งชาติฯ ลงพื้นที่เข้าเยี่ยมผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ บ้านพัก จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ แจ้งข้อมูลด้านสวัสดิการศิลปินแห่งชาติ และประสานงานเพื่อเรียนเชิญเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมข้อมูลด้านประวัติและการทำงานของศิลปินแห่งชาติ ผลงานกวีนิพนธ์ แนวคิดในการสร้างสรรค์งานเขียน ตลอดจนประสบการณ์ด้านภาษาและวรรณกรรม เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการดำเนินงานเชิดชูเกียรติและเผยแพร่ผลงานของศิลปินแห่งชาติ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การจัดทำหนังสือศิลปินแห่งชาติ การจัดนิทรรศการเผยแพร่ประวัติและผลงาน การผลิตและเผยแพร่สื่อวีดิทัศน์ การจัดทำองค์ความรู้ด้านวรรณศิลป์ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และต่อยอดสู่คนรุ่นใหม่ นอกจากนั้น ยังได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพื่อรับทราบผลกระทบจากอุทกภัยและตรวจสอบสภาพความเสียหายที่เกิดขึ้น สำหรับนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาให้ความช่วยเหลือและจัดสวัสดิการเยียวยาตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิวกานท์ ปทุมสูติ เป็นกวี นักเขียน และนักวิชาการด้านภาษาไทย ผู้มีผลงานสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ทั้งกวีนิพนธ์ งานเขียนเชิงสารคดี และงานด้านการเรียนรู้ภาษาไทย ผลงานของท่านมีลักษณะเด่นในการนำประสบการณ์ชีวิต ปรัชญาการดำเนินชีวิต คติธรรมในพระพุทธศาสนา วิถีชุมชน และการใคร่ครวญต่อชีวิตและสังคม มาถ่ายทอดผ่านภาษาและรูปแบบกวีนิพนธ์ที่หลากหลาย โดยมีผลงานสำคัญ อาทิ บทกวีร่วมสมัย สร้อยสันติภาพ และ ต่างต้องการความหมายของพื้นที่ นอกจากนี้ ท่านยังมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้ด้านภาษาไทยและการเรียนรู้ของเด็ก ผ่านงานเขียนและกิจกรรมทางการศึกษา การได้รับการยกย่องเป็นศิลปินแห่งชาติครั้งนี้ จึงเป็นการเชิดชูคุณูปการของผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมที่เชื่อมโยงภาษา ชีวิต และสังคม พร้อมทั้งส่งเสริมให้ผลงานและองค์ความรู้ด้านวรรณศิลป์ได้รับการเผยแพร่และสืบทอดต่อไป